123-2341-74

แนะนำ เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง
ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง อยากลืม

เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง
กูเกิลเปิดให้ใช้งาน Gemini 1.5 Pro ขนาดอินพุต 2 ล้านโทเคน พร้อมเพิ่ม Context Caching เพื่อลดราคาอินพุต ให้ไม่เกิน 15 คำ

กูเกิลเปิดให้ใช้งาน Gemini 1.5 Pro ขนาดอินพุต 2 ล้านโทเคน พร้อมเพิ่ม Context Caching เพื่อลดราคาอินพุต ให้ไม่เกิน 15 คำ

[ad_1]

บทเรียนที่ควรรู้

1. ความสำคัญของความยาวอินพุตในโมเดล Gemini 1.5 Pro

บทความนี้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดให้นักพัฒนาใช้งานโมเดล Gemini 1.5 Pro ที่มีความยาวอินพุต 2 ล้านโทเคน ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ที่ช่วยประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนได้มากยิ่งขึ้น

2. วิธีการใช้งาน Gemini API ในการลดค่าใช้จ่าย

โดยการใช้งาน context caching ผู้ใช้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการป้อนข้อมูลที่มีความยาวอินพุตใหญ่ขึ้นลงโดยอัตโนมัติ

ปัญหาและวิธีการแก้ไข

1. ปัญหาค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการใช้งานโมเดล Gemini 1.5 Pro

การเพิ่มความยาวของอินพุตอาจทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการใช้งาน context caching จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้

2. ปัญหาการจำค่าจ่ายในการแคชข้อมูล

ความยาวของอินพุตที่ถูกแคชจะมีราคาถูกกว่าอินพุตใหม่ ผู้ใช้สามารถกำหนดจำนวนและระยะเวลาในการแคชเพื่อลดค่าใช้จ่าย

คำถามที่ถามบ่อย

1. ค่าใช้จ่ายในการใช้งานโมเดล Gemini 1.5 Pro มีผลต่อการพัฒนาโมเดลหรือไม่?

ค่าใช้จ่ายมีผลมากน้อยต่อการพัฒนาโมเดล โดยเฉพาะเมื่อใช้งาน context caching

2. วิธีการกำหนดจำนวนและระยะเวลาในการแคชข้อมูลใน Gemini API เป็นไปอย่างไร?

ผู้ใช้สามารถกำหนดจำนวนโทเคนและระยะเวลาในการแคชได้ตามต้องการ

3. อินพุตที่ถูกแคชแล้วจะมีผลต่อประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูลหรือไม่?

อินพุตที่ถูกแคชจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูล

เวปไซท์ที่เกี่ยวข้อง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง

  1. โมเดล Gemini 1.5 Pro
  2. ความยาวอินพุตในโมเดล AI
  3. context caching ใน Gemini API
  4. ค่าใช้จ่ายในการใช้งานโมเดล AI
  5. วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูล

สรุป

บทความนี้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานโมเดล Gemini 1.5 Pro ที่เปิดตัวในงาน Google I/O 2024 โดยมีความยาวอินพุต 2 ล้านโทเคน และการใช้งาน context caching เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการป้อนข้อมูลที่ซับซ้อนให้โมเดล

กูเกิลเปิดให้นักพัฒนาทั่วไปใช้งานโมเดล Gemini 1.5 Pro ความยาวอินพุต 2 ล้านโทเคน ที่เปิดตัวในงาน Google I/O 2024 เมื่อเดือนพฤษภาคม

การที่ความยาวอินพุต (context window) ใหญ่ขึ้นมาก ทำให้เราสามารถป้อนข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น หนังสือทั้งเล่ม หรือไฟล์เอกสารจำนวนมากขององค์กร เข้าไปให้โมเดลช่วยประมวลผลได้เยอะขึ้น (ตัวอย่างการใช้งานคือการสร้างฐานความรู้ขององค์กร เพื่อให้พนักงานเข้ามาสอบถามจากบ็อทได้) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมาคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากอินพุตที่ยาวขึ้น ทำให้กูเกิลเพิ่มตัวช่วยคือ context caching เข้ามาใน Gemini API (รองรับทั้ง Gemini 1.5 Pro และ 1.5 Flash) เพื่อลดจำนวนอินพุตที่ซ้ำซ้อนลง อินพุตที่ถูกแคชไว้แล้วจะตั้งราคาถูกกว่าอินพุตใหม่ โดยนักพัฒนาสามารถตั้งค่าจำนวนโทเคนที่ต้องการแคช และระยะเวลาที่ต้องการแคชได้เอง

ตัวอย่างราคาบนหน้าเว็บ Gemini API

  • อินพุตปกติ = 3.5 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน (พรอมต์ยาวไม่เกิน 128K)
  • อินพุตแคช = 0.875 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน (พรอมต์ยาวไม่เกิน 128K)

ที่มา – Google

No Description


[ad_2]
Source link

https://www.blognone.com/node/140635