123-2341-74

แนะนำ เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง
ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง อยากลืม

เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง
วิธีประเมินปัญหาเบื้องต้นก่อนเรียกช่างล้างแอร์ (กลิ่นเหม็น น้ำหยด แอร์ไม่เย็น)

วิธีประเมินปัญหาเบื้องต้นก่อนเรียกช่างล้างแอร์ (กลิ่นเหม็น น้ำหยด แอร์ไม่เย็น)

วิธีประเมินปัญหาเบื้องต้นก่อนเรียกช่างล้างแอร์ (กลิ่นเหม็น น้ำหยด แอร์ไม่เย็น)

ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุของประเทศไทย เครื่องปรับอากาศถือเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำงานหนักที่สุดอย่างหนึ่ง เมื่อแอร์เริ่มมีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ไม่เย็น มีน้ำหยด หรือส่งกลิ่นเหม็นอับ หลายคนมักจะรีบโทรหาช่างทันที แต่ทราบหรือไม่ว่าบางปัญหาสามารถตรวจสอบและแก้ไขได้ด้วยตัวเอง การรู้วิธีประเมินปัญหาเบื้องต้นก่อนเรียกช่างล้างแอร์ ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ยังช่วยให้คุณสื่อสารกับช่างได้อย่างแม่นยำเมื่อจำเป็นต้องซ่อมบำรุงจริง ๆ

1. ปัญหาแอร์ไม่เย็น: วิธีประเมินปัญหาเบื้องต้นก่อนเรียกช่างล้างแอร์

ปัญหาแอร์ไม่เย็นเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่เจ้าของบ้านพบเจอ ก่อนจะสรุปว่าน้ำยาแอร์หมดหรือคอมเพรสเซอร์เสีย ให้ลองตรวจสอบตามขั้นตอนดังนี้:

  • ตรวจสอบโหมดรีโมทคอนโทรล: บ่อยครั้งที่มือไปโดนปุ่มเปลี่ยนโหมดเป็น ‘Fan’ (พัดลม) หรือ ‘Dry’ (ลดความชื้น) ทำให้แอร์ไม่มีลมเย็นออกมา ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารีโมทตั้งอยู่ที่โหมด ‘Cool’
  • เช็คฟิลเตอร์ (แผ่นกรองอากาศ): หากฟิลเตอร์ตันด้วยฝุ่น ลมเย็นจะไม่สามารถผ่านออกมาได้ ลองถอดมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าแล้วตากให้แห้ง
  • ตรวจสอบคอยล์ร้อนภายนอก: ดูว่ามีสิ่งของไปวางขวางทางลม หรือมีใบไม้เข้าไปอุดตันหรือไม่ หากคอยล์ร้อนระบายความร้อนไม่ได้ แอร์จะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

2. ปัญหาแอร์น้ำหยด: สาเหตุที่พบบ่อยและการแก้ไข

น้ำที่หยดออกมาจากตัวเครื่องภายใน (Indoor Unit) มักเกิดจากการระบายน้ำทิ้งที่ติดขัด สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก:

สาเหตุ การประเมิน/แก้ไขเบื้องต้น
ท่อน้ำทิ้งตัน ใช้เครื่องเป่าลมหรือเครื่องดูดฝุ่นลองดูดปลายท่อน้ำทิ้งภายนอกเพื่อกำจัดเมือกฝุ่น
ถาดน้ำทิ้งสกปรก หากเปิดหน้ากากแอร์ออกมาแล้วเห็นน้ำขังในถาด แสดงว่ารูระบายน้ำตัน
การติดตั้งไม่ได้ระดับ ตรวจสอบว่าตัวเครื่องเอียงผิดรูปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้น้ำไหลล้นถาด

3. ปัญหาแอร์มีกลิ่นเหม็นอับ: กลิ่นไม่พึงประสงค์จัดการอย่างไร?

กลิ่นเหม็นจากแอร์มักเกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในความชื้นบนคอยล์เย็น วิธีประเมินและลดกลิ่นเบื้องต้นคือ:

  1. เปิดโหมด Fan ก่อนปิดเครื่อง: ก่อนปิดแอร์ประมาณ 15-30 นาที ให้เปลี่ยนเป็นโหมด Fan เพื่อเป่าลมไล่ความชื้นที่ค้างอยู่ในรังผึ้งแอร์
  2. ตรวจสอบความสะอาดของฟิลเตอร์: ฝุ่นที่เกาะหนาเป็นแหล่งสะสมของกลิ่น
  3. ตรวจสอบบริเวณรอบเครื่อง: บางครั้งกลิ่นอาจมาจากท่อน้ำทิ้งที่เชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำทิ้งของบ้าน ทำให้กลิ่นย้อนกลับมา

เมื่อไหร่ที่ควรเรียกช่างล้างแอร์มืออาชีพ?

หลังจากที่คุณได้ทำตาม วิธีประเมินปัญหาเบื้องต้นก่อนเรียกช่างล้างแอร์ แล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น นั่นคือสัญญาณว่าต้องพึ่งพามืออาชีพ โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้:

  • แอร์ไม่เย็นและมีน้ำแข็งเกาะที่ท่อทองแดง (อาจเกิดจากน้ำยารั่ว)
  • มีเสียงดังผิดปกติจากคอมเพรสเซอร์หรือพัดลมคอยล์เย็น
  • ไม่ได้ล้างแอร์แบบละเอียดมานานกว่า 6 เดือน
  • แอร์ตัดการทำงานบ่อยครั้งโดยที่อุณหภูมิยังไม่ได้ตามที่ตั้งไว้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


โดยทั่วไปควรล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน แต่หากบ้านอยู่ติดถนนที่มีฝุ่นมาก หรือมีการเปิดใช้งานเกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน ควรล้างทุกๆ 3-4 เดือน


ไม่จำเป็นครับ ระบบแอร์เป็นระบบปิด หากไม่มีจุดรั่วซึม น้ำยาแอร์จะไม่ลดลง การที่ช่างเรียกเก็บค่าเติมน้ำยาทุกครั้งที่ล้างอาจเป็นเรื่องที่ต้องระวัง


ส่วนใหญ่แอร์น้ำหยดเกิดจากท่อน้ำทิ้งตันหรือถาดน้ำทิ้งสกปรก ไม่ได้เกี่ยวกับปริมาณน้ำยาแอร์โดยตรง ยกเว้นกรณีน้ำยาน้อยจนเกิดน้ำแข็งเกาะแล้วละลายเป็นหยดน้ำ

References