123-2341-74

แนะนำ เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง
ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง อยากลืม

เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง
Naptime Project Zero: โชว์เฟรมเวิร์ค LLM ค้นช่องโหว่ซอฟต์แวร์นักวิจัยหนีไปงีบ

Naptime Project Zero: โชว์เฟรมเวิร์ค LLM ค้นช่องโหว่ซอฟต์แวร์นักวิจัยหนีไปงีบ

[ad_1]

บทเรียนที่ควรรู้

1. การทดสอบประสิทธิภาพ AI ในกลุ่ม LLM

บทความนี้เสนอแนวทางการทดสอบประสิทธิภาพ AI ในกลุ่ม LLM โดยมีเครื่องมือที่จำเป็นต่างๆ เช่น Code Browser, Python, Debugger, และ Reporter ที่ช่วยในการเจาะระบบโปรแกรมซอฟต์แวร์

2. ความสำคัญของเครื่องมือในการเจาะระบบ

เครื่องมือเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ LLM เจาะระบบได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น GPT-4 Turbo และ Gemini 1.5 Pro สามารถเจาะระบบได้สูงสุดถึง 99% เมื่อใช้ Naptime เป็นเฟรมเวิร์ค

ปัญหาและวิธีการแก้ไข

1. ปัญหาของการเจาะระบบแบบ Memory Corruption

Gemini 1.5 Pro และ GPT-4 Turbo มีคะแนน Naptime ใกล้เคียงกัน และสามารถปรับขั้นตอนทดสอบเพิ่มเป็น 32 ขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

2. ปัญหาของการทดสอบ AI ในกลุ่ม LLM

LLM มีความสามารถในการเจาะระบบเมื่อมีเครื่องมือที่เพียงพอ ดังนั้นการพัฒนาและใช้เครื่องมือที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

คำถามที่ถามบ่อย

1. การทดสอบประสิทธิภาพ AI ใช้เครื่องมืออะไรบ้างในกลุ่ม LLM?

คำตอบ: Code Browser, Python, Debugger, และ Reporter

2. เครื่องมือใดทำให้ LLM เจาะระบบได้สูงสุด?

คำตอบ: GPT-4 Turbo และ Gemini 1.5 Pro

3. เรียกว่า Naptime มาจากอะไร?

คำตอบ: มาจากการออกแบบระบบที่ช่วยให้นักวิจัยตัวจริงหนีไปงีบได้ระหว่าง LLM ทำงาน

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

1. Project Zero

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Project Zero ที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์ Naptime

2. รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพที่แสดงผลลัพธ์ของการใช้ Gemini 1.5 Pro, GPT-4 Turbo, Gemini 1.5 Flash, GPT-3.5 Turbo ในโปรเจกต์ Naptime

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง

1. การทดสอบประสิทธิภาพ AI

คำค้นหาเกี่ยวกับกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพ AI ในการเจาะระบบ

2. เครื่องมือเจาะระบบ

คำค้นหาเกี่ยวกับเครื่องมือที่ช่วยในการเจาะระบบโปรแกรมซอฟต์แวร์

3. โปรเจกต์ Naptime

คำค้นหาเกี่ยวกับโปรเจกต์ Naptime ที่เกี่ยวข้องกับ Project Zero

4. Gemini 1.5 Pro

คำค้นหาเกี่ยวกับ Gemini 1.5 Pro และประสิทธิภาพในการเจาะระบบ

5. GPT-4 Turbo

คำค้นหาเกี่ยวกับ GPT-4 Turbo และความสามารถในการเจาะระบบโปรแกรมซอฟต์แวร์

Project Zero รายงานถึงแนวทางการทดสอบประสิทธิภาพ AI ในกลุ่ม LLM ว่าสามารถนำมาใช้ทดสอบความปลอดภัยซอฟต์แวร์ได้ดีเพียงใด โดยวางเฟรมเวิร์คให้ LLM เข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการเจาะระบบจริงๆ ได้แก่

  • Code Browser: ดูซอร์สโค้ดของโปรแกรมพร้อมความเชื่อมโยงกับโค้ดของฟังก์ชั่นต่างๆ
  • Python: โค้ดสำหรับการเขียนสคริปต์ Python ใน sandbox จำกัด
  • Debugger: สำหรับการตรวจสอบการทำงานของซอฟต์แวร์ ตัว LLM สามารถเข้ามาสั่ง breakpoint หรือตรวจสอบค่าของตัวแปรต่างๆ ได้เอง
  • Reporter: สำหรับการแจ้งจบการทำงานว่าสามารถเจาะระบบได้เสร็จแล้ว หรือยอมแพ้เมื่อเจาะระบบไม่ได้

การวัดประสิทธิภาพ LLM อาศัยค่า Naptime@k ซึ่งแปลว่าความสำเร็จของการเจาะระบบเมื่อมีเครื่องมือตามเฟรมเวิร์ค Naptime และทดสอบแนวทางการเจาะระบบ k รูปแบบ แต่ละรูปแบบทดสอบไม่เกิน 16 ขั้นตอน

การที่ LLM มีเครื่องมือครบชุดช่วยให้เจาะระบบได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเจาะแบบ buffer overflow ที่ไม่ยากมาก GPT-4 Turbo สามารถเจาะได้ถึง 71% และครบ 100% เมื่อทดลอง Naptime@10 หรือการทดสอบสิบวิธีขึ้นไป ส่วน Gemini 1.5 Pro นั้นตามมา สามารถเจาะได้ 99% เมื่อวัด Naptime@20

สำหรับการเจาะระบบแบบ Memory Corruption นั้น Gemini 1.5 Pro และ GPT-4 Turbo ทำคะแนน Naptime ได้ใกล้เคียงกัน และเมื่อทีมงานทดสอบปรับขั้นตอนที่รองรับเพิ่มเป็น 32 ขั้นก็สามารถทำคะแนนได้มากขึ้น

ทีมงาน Project Zero ระบุว่าการทดสอบเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า LLM สามารถเจาะระบบได้ดีกว่าที่เคยคิดกันมา เมื่อ LLM มีเครื่องมือที่เพียงพอ

ชื่อ Naptime มาจากการออกแบบระบบที่อาจจะช่วยให้นักวิจัยตัวจริงหนีไปงีบได้ระหว่าง LLM ทำงาน ทีมงานระบุว่าอย่าไปบอกผู้จัดการทีม

ที่มา – Project Zero

No Description

No Description

ผลทดสอบเมื่อใช้ Gemini 1.5 Pro, GPT-4 Turbo, Gemini 1.5 Flash, GPT-3.5 Turbo ทำงานภายใต้เฟรมเวิร์ค Naptime


[ad_2]
Source link

https://www.blognone.com/node/140551